เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ตามมาตรฐานจรรยาบรรณ และไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บุคลากรของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ต้องศึกษา ทำความเข้าใจนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ฉบับนี้ และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
นโยบายฉบับนี้จะต้องได้รับการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ
การแก้ไขปรับปรุง การทบทวน หรือการต่ออายุนโยบายฉบับนี้ ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติตามลำดับ
สำนักกำกับการปฏิบัติงานเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการนโยบายฉบับนี้
2.1.1 | “บริษัท” หมายถึง บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) | |
2.1.2 | “บริษัทย่อย” หมายถึง บริษัทที่บริษัทถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม |
บริษัทมุ่งมั่นในการบริหารงานอย่างสุจริต โปร่งใส ด้วยจริยธรรม สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยการตัดสินใจในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ คณะกรรมการบริษัทจึงกำหนดนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ฉบับนี้ขึ้น
2.3.1 | คณะกรรมการบริษัท (“BoD”) เป็นผู้กําหนดกรอบนโนบายและการบังคับใช้นโยบายฉบับนี้ | |
2.3.2 | คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (“CGS”) เป็นผู้พิจารณาทบทวนนโยบายฉบับนี้ก่อนผู้รับผิดชอบนโยบายจะนำเสนอแก่คณะกรรมการบริษัทต่อไป | |
2.3.3 | คณะกรรมการจัดการ (“MC”) เป็นผู้นำนโยบายฉบับนี้ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท |
2.4.1 กรอบการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด ๆ ที่บริษัทและ/หรือกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีส่วนได้เสียในการตัดสินใจดำเนินการในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แก่
2.4.1.1 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน กับบริษัท
เมื่อการตัดสินใจของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือการมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน ทำให้บริษัทได้รับผลเสีย เช่น การใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น การมีส่วนได้เสียในรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการกระทำการใด ๆ อันเป็นการแข่งขันกับบริษัท เป็นต้น
2.4.1.2 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างลูกค้ากับบริษัท
เมื่อการตัดสินใจของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน เป็นผลให้บริษัทได้ประโยชน์ โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้าโดยไม่เป็นธรรม เช่น ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับลูกค้า ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบระบบงานบริการ บริษัทควรคำนึงถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า
2.4.1.3 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างลูกค้ากับลูกค้า
ลูกค้ารายหนึ่ง (หรือกลุ่มหนึ่ง) อาจมีโอกาสได้รับประโยชน์ หรือการหลีกเลี่ยงผลเสีย ซึ่งผลเสียจะตกไปสู่ลูกค้าอีกรายหนึ่ง (หรือกลุ่มหนึ่ง) ที่มีลักษณะหรือประเภทเดียวกัน โดยบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อลูกค้าทั้งสองฝ่าย (กลุ่ม) อย่างเป็นธรรม
2.4.2 การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
2.4.2.1 | กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน พึงหลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น | |
2.4.2.2 | กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่ตนเกี่ยวข้องที่เกิดขึ้น ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการที่บริษัทกำหนด | |
2.4.2.3 | จัดให้มีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และมาตรการจัดการ หากเกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้น | |
2.4.2.4 | จัดให้มีการบันทึกรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ | |
2.4.2.5 | จัดให้มีการอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นประจำทุกปี |
การฝ่าฝืนการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ เป็นการฝ่าฝืนจรรยาบรรณสำหรับบุคคลขององค์กรและอาจมีความผิดตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง