รู้จักเรา

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

​​

นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(Prevention of Conflict of Interest Policy)

1. ข้อกําหนดทั่วไป

1.1 วัตถุประสงค์

     เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ตามมาตรฐานจรรยาบรรณ และไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

1.2 ขอบเขตของนโยบาย

     บุคลากรของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ต้องศึกษา ทำความเข้าใจนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ฉบับนี้ และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

1.3 วันที่มีผลบังคับใช้

     นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ

1.4 ความถี่ในการทบทวนและการแก้ไขปรับปรุงนโยบาย

     นโยบายฉบับนี้จะต้องได้รับการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ

     การแก้ไขปรับปรุง การทบทวน หรือการต่ออายุนโยบายฉบับนี้ ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติตามลำดับ

1.5 ผู้รับผิดชอบนโยบาย

     สำนักกำกับการปฏิบัติงานเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการนโยบายฉบับนี้

2. ข้อกําหนดหลัก

2.1 คำนิยาม

  2.1.1 “บริษัท” หมายถึง บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน)
  2.1.2 “บริษัทย่อย” หมายถึง บริษัทที่บริษัทถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

2.2 หลักการทั่วไป

     บริษัทมุ่งมั่นในการบริหารงานอย่างสุจริต โปร่งใส ด้วยจริยธรรม สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยการตัดสินใจในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ คณะกรรมการบริษัทจึงกำหนดนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ฉบับนี้ขึ้น

2.3 บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ

  2.3.1 คณะกรรมการบริษัท (“BoD”) เป็นผู้กําหนดกรอบนโนบายและการบังคับใช้นโยบายฉบับนี้
  2.3.2 คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (“CGS”) เป็นผู้พิจารณาทบทวนนโยบายฉบับนี้ก่อนผู้รับผิดชอบนโยบายจะนำเสนอแก่คณะกรรมการบริษัทต่อไป
  2.3.3 คณะกรรมการจัดการ (“MC”) เป็นผู้นำนโยบายฉบับนี้ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

2.4 ข้อกำหนด

2.4.1 กรอบการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด ๆ ที่บริษัทและ/หรือกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีส่วนได้เสียในการตัดสินใจดำเนินการในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แก่

2.4.1.1 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน กับบริษัท

     เมื่อการตัดสินใจของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือการมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน ทำให้บริษัทได้รับผลเสีย เช่น การใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น การมีส่วนได้เสียในรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการกระทำการใด ๆ อันเป็นการแข่งขันกับบริษัท เป็นต้น

2.4.1.2 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างลูกค้ากับบริษัท

     เมื่อการตัดสินใจของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน เป็นผลให้บริษัทได้ประโยชน์ โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้าโดยไม่เป็นธรรม เช่น ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับลูกค้า ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบระบบงานบริการ บริษัทควรคำนึงถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า

2.4.1.3 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างลูกค้ากับลูกค้า

     ลูกค้ารายหนึ่ง (หรือกลุ่มหนึ่ง) อาจมีโอกาสได้รับประโยชน์ หรือการหลีกเลี่ยงผลเสีย ซึ่งผลเสียจะตกไปสู่ลูกค้าอีกรายหนึ่ง (หรือกลุ่มหนึ่ง) ที่มีลักษณะหรือประเภทเดียวกัน โดยบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อลูกค้าทั้งสองฝ่าย (กลุ่ม) อย่างเป็นธรรม

2.4.2 การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  2.4.2.1 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน พึงหลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น
  2.4.2.2 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่ตนเกี่ยวข้องที่เกิดขึ้น ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการที่บริษัทกำหนด
  2.4.2.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และมาตรการจัดการ หากเกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้น
  2.4.2.4 จัดให้มีการบันทึกรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  2.4.2.5 จัดให้มีการอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นประจำทุกปี

2.5 บทลงโทษ

     การฝ่าฝืนการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ เป็นการฝ่าฝืนจรรยาบรรณสำหรับบุคคลขององค์กรและอาจมีความผิดตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง